@Gclub24hour

เทคนิคบาคาร่า กับรูปแบบบริหารตัวเงิน บาคาร่าออนไลน์

แชร์โพสต์นี้

คาสิโนเป็นรูปแบบความบันเทิงที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้คนทั่วโลกและพวกเขายังทำกำไรได้มากอีกด้วย โดยคาสิโนชั้นนำของโลกสามารถพบได้ในลาสเวกัสและมาเก๊า แต่ก็ยังมีคาสิโนอื่นๆ อีกมากมายให้สำรวจ นอกจากนี้อุตสาหกรรมคาสิโนมีมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 และมีการพัฒนาตลอดเวลาเพื่อรวมเกมใหม่ เช่น สล็อตแมชชีนและวิดีโอโปกเกอร์ คาสิโนได้รับความนิยมเนื่องจากมีรูปแบบความบันเทิงที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

คาสิโนได้รับความนิยมมาโดยตลอด และยังคงเป็นเช่นนั้นมาจนถึงทุกวันนี้ คาสิโนนำเสนอเกมและความบันเทิงที่หลากหลายรวมถึงการพนัน โดยคาสิโนออนไลน์ได้รับความนิยมเนื่องจากมีเกมและความบันเทิงเหมือนกัน แต่สามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

รูปแบบการเดินตัวเงินในเกม บาคาร่าออนไลน์

การเดินตัวเงินแบบคงที่หรือเสมอตัว กล่าวคือ ในการวางเงินเดิมพันแต่ละครั้งนั้นผู้เล่นจะเลือกวางงบที่เล่นเท่าๆ เดิม ซึ่งก็คือ 1-1 ข้อดีของการเดินตัวเงินในแบบคงที่หรือเสมอตัวนี้ก็คือจะทำให้ผู้เล่นนั้นใช้เงินลงทุนที่มีอยู่น้อย แต่ต้องเน้นในการเดิมพันให้ชนะมากกว่าแพ้นั่นเอง ส่วนเรื่องข้อเสียของรูปแบบการบริหารเงินนี้ก็คือ เมื่อผู้เล่นแพ้ติดต่อกันมากครั้งหรือจำนวนที่เดิมพันให้ชนะนั้นมีน้อยกว่าก็จะทำให้ขาดทุนซึ่งรูปแบบการเดินเงินนี้น่าจะเหมาะสำหรับ ผู้ที่มีเทคนิคและกลยุทธ์การเลือกเสี่ยงโชคได้อย่างแม่นยำ โดยอาศัยรูปแบบของไพ่เป็นหลักการในการเลือกเดิมพันนั่นเอง

การเดินตัวเงินแบบทวีคูณหรืออัพตัวเงิน Step 1–>2–>4–>8–>16–>32–>64 โดยข้อดีของรูปแบบบริหารเงินเช่นนี้คือ เมื่อผู้เล่นชนะเกมบาคาร่าแล้วก็ยังมีกำไรไม่ขาดทุน ซึ่งไม่ค่อยเน้นย้ำเทคนิคในการเลือกเกมหรือรูปแบบของไพ่มากกว่านัก เนื่องจากเมื่อชนะเกมใดก็จะมีกำไรเกิดขึ้นแล้วนั่นเอง สำหรับข้อเสียนั้นคือ ผู้เล่นต้องใช้ทุนมากขึ้นซึ่งมีข้อจำกัดของยอดเงินที่ให้เดิมพันสูงสุดของโต๊ะที่เดิมพัน หากชนะในเกมที่ทวีตัวเงินหรืออัพตัวเงินมากๆ เมื่อชนะในเกมที่อยู่ในฝั่งเจ้ามือหรือ Banker ที่ต้องเสียต๋งซึ่งอาจทำให้ไม่ได้กำไรนั่นเอง

การเดินตัวเงินแบบทวีคูณหรืออัพตัวเงินบวกจำนวนเกมที่เดิมพัน Step 1–>3–>7–>15–>31–>63–>127–>250 โดยรูปแบบการบริหารการเงินลักษณะนี้มีข้อดีคือ เมื่อใดก็ตามที่ผู้เล่นชนะในเกมบาคาร่าออนไลน์ก็จะมีกำไรเท่ากับจำนวนเกมที่เดิมพันไปแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นเทคนิคที่นิยมใช้กันในการเดินสูตรสมันเริ่มแรก ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีใช้อยู่ แต่เพียงลดความนิยมลงไปเพราะเมื่อแพ้จะเสียเดิมพันเป็นจำนวนมาก สำหรับเรื่องข้อเสียของการใช้รูปแบบบริหารเงินเช่นนี้ก็คือ เมื่อผู้เล่นแพ้เดิมพันติดต่อกันจำนวนมากครั้งแล้วนั้นยากที่จะสามารถทำกำไรให้กลับคืนมาได้โดยง่าย

การเดินตัวเงินแบบมีเป้าหมาย ซึ่งก็นับว่าเป็นรูปแบบการบริหารเงินที่มีเทคนิคมากมาย เรียกว่าการตั้งเป้าหมายของการมีกำไรแล้วหยุด การเดินตัวเงินนั้นขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าที่มีนั่นเอง สำหรับในส่วนข้อดีก็คือ เมื่อมีการเน้นย้ำการเดิมพันในเกมตามรูปแบบของไพ่ก็จะทำให้ผู้เล่นนั้นได้กำไรตามเป้าหมายโดยใช้ทุนเท่าที่มีในกระเป๋า ส่วนในด้านของข้อเสียก็คือ เมื่อเทคนิคที่เลือกเล่นกับเกมบาคาร่าในการเดิมพันไม่ดีพอก็ทำให้ผู้เล่นนั้นเล่นเสียได้ง่ายๆ หรือเล่นแล้วหมดทุนไว อย่างไรก็ตามขอแนะนำการเดินตัวเงินแบบ 1-3-2-6 ซึ่งการเล่นเกมบาคาร่าในต่างประเทศใช้กันถือว่าเป็นเทคนิคของการเล่นแบบตั้งเป้าหมายของการทำกำไร และการเล่นบาคาร่าเมื่อไม่ชนะแล้วต้องยอมหยุด ซึ่งผลของการเดินเงินในแต่ละสเต็ปมีดังนี้

– เมื่อแพ้สเต็ปแรกเสีย 1 หน่วย เริ่มต้นที่ 1 ใหม่

– เมื่อชนะสเต็ปแรก 1 หน่วยแพ้สเต็ปที่ 2 คือ 3 เสียหรือติดลบ 2 หน่วยเริ่มต้นที่ 1 ใหม่

– เมื่อชนะสเต็ปแรก 1 หน่วยชนะสเต็ปที่ 2 คือ 3 แต่แพ้สเต็ปที่ 3 คือ 2 มีกำไร 2 หน่วยเริ่มต้นที่ 1 ใหม่

– เมื่อชนะสเต็ปแรก 1 หน่วยชนะสเต็ปที่ 2 คือ 3 ชนะสเต็ปที่ 3 คือ 2 แต่แพ้สเต็ปที่ 4 คือ 6 เสมอตัวเริ่มต้นที่ 1 ใหม่

การเดินตัวเงินแบบชนะต่อเนื่อง โดยรูปแบบการบริหารเงินเช่นนี้ได้ถูกนำไปใช้กับรูปแบบของไพ่เค้ามังกรหรือปิงปอง หรือเกมที่ถนัดโดยสามารถชนะต่อเนื่องติดต่อกันจำนวนหลายๆ เกมซึ่งก็คือ 1–>2–>3–>5–>7–>10–>15–>20–>30–>50–>70–>100–>100–>100 สำหรับข้อดีในการนำรูปแบบบริหารเงินเช่นนี้มาใช้เล่นบาคาร่า ก็คือเมื่อผู้เล่นแพ้แล้วทำให้เสียในเกมที่ 1 และ 2 เสียเพียง 1 หน่วยเท่านั้น ตาถ้าหากชนะเกิน 3 เกมติดต่อกันขึ้นไปก็จะทำให้ผู้เล่นนั้นได้เงินจำนวนมากขึ้นไปตามลำดับนั่นเอง ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ดีกว่าการเดินตัวเงินเท่ากันตลอด 1-1 ที่มักนิยมใช้ โดยข้อเสียของรูปแบบการเดินตัวเงินแบบชนะต่อเนื่องนี้ ผู้เล่นจะต้องชนะติดต่อกันหลายๆ เกมอย่างต่อเนื่อง จึงจะประสบผลสำเร็จและเมื่อชนะเกมไปจนถึงยอดเงินที่ให้เดิมพันสูงสุดของโต๊ะก็ต้องเดิมพันไปตลอดเท่ายอดเงินสูงสุดของโต๊ะนั่นเอง

การเดินตัวเงินแบบหนึ่งหน่วยไปตลอดเมื่อแพ้เดิมพัน โดยรูปแบบการบริหารเงินเช่นนี้เมื่อผู้เล่นเดิมพันชนะจะบวก 1 ไปตามจำนวน โดยตาที่แทงถูก (n+1.n= จำนวนตาที่แทงชนะ) เรียกว่า เหมาะสำหรับการเล่นบาคาร่าออนไลน์ชนะติดต่อกันตั้งแต่ 3 เกมติดต่อขึ้นไปบ่อยๆ

การเดินตัวเงินแบบชนะเดิมพันเพิ่มตัวเงินหนึ่งหน่วย ไปตามจำนวนเกมบาคาร่าที่ชนะ (n+1,n= จำนวนเกมที่เดิมพันชนะ) และเมื่อแพ้เดิมพันก็จะเดินตัวเงินลดลงหนึ่งหน่วยทุกเกมจนไปอยู่ที่ 1 หน่วยตลอด จนกว่าเกมจะชนะ(n-1,n= จำนวนเกมที่เดิมพันแพ้) ซึ่งก็นับว่าเหมาะสำหรับเกมการเล่นที่ชนะเดิมพันติดต่อกันหลายๆ เกม และในกรณีที่ผู้เล่นแพ้เดิมพันไม่มากแบบติดต่อกันหลายๆ เกมนั่นเอง

การเดินตัวเงินแบบแพ้เดิมพันเพิ่มตัวเงินหนึ่งหน่วย ไปตามจำนวนเกมที่แพ้ (n+1,n= จำนวนเกมที่เดิมพันแพ้) และเมื่อชนะเดิมพันจะเดินตัวเงินให้ลดลงหนึ่งหน่วยทุกเกมไปจนอยู่ที่ 1 หน่วย ตลอดจนกว่าจะมีแพ้เดิมพัน (n-1.n= จำนวนเกมที่เดิมพันชนะ) ซึ่งเหมาะสำหรับการเดิมพันที่แพ้ชนะติดต่อกันเพียง 1-3 เกมเท่านั้น

การบริหารเงินหรือการเดินตัวเงินในเกมบาคาร่าออนไลน์นั้นล้วนมีความหมายต่อเกมเดิมพันทั้งสิ้น โดยการเอาชนะเดิมพันได้นั้นผู้เล่นต้องเลือกการเดินตัวเงินที่เหมาะสมกับรูปแบบของเกม สถานะของเงินในการลงทุน แค่เพียงคุณมีการวางแผนและกลยุทธ์ เทคนิคการเล่นบาคาร่า ที่ดีก็สามารถเอาชนะเกมบาคาร่าออนไลน์ได้แล้ว

เมื่อใช้งานเว็บไซต์นี้จะถือว่าคุณยอมปฏิบัติตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเรา

@Gclub24hour

02 508 8798